วิธีสังเกตอาการของโช๊ค รถรับจ้างขนของ ที่มีปัญหา

วิธีสังเกตอาการของโช๊ค รถรับจ้างขนของ ที่มีปัญหา หากจะพูดถึงโช๊ครถยนต์ ก็คืออุปกรณ์ที่ช่วยรองรับแรงกระแทก ลดแรงสั่นสะเทือนของรถ และยังทำหน้าที่หน่วงการเคลื่อนที่ขึ้นลงของตัวถังรถยนต์อีกด้วย

โช๊ค รถยนต์จึงมีความสำคัญไม่น้อย เปรียบกับร่างกายคนก็คงเหมือนกระดูกที่คอยยึดเนื้อหนังให้เคลื่อนไหวไปได้อย่างดี แต่ถ้าโช๊คมีปัญหารถก็จะเสียศูนย์ และร่อน เมื่อวิ่งทำความเร็ว เมื่อเข้าโค้งรถจะโคลงเคลงและควบคุมได้ยาก อีกทั้งความนุ่มนวลในการขับขี่ก็จะหายไป และร้ายแรงที่สุดคือ เมื่อเบรกกระทันหันอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้เลยทีเดียว ดังนั้นการคอยดูแลโช๊คให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ และคอยสังเกตอาการที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ

วิธีสังเกตอาการของโช๊ครถยนต์ที่มีปัญหา

1. มีรอยรั่วของน้ำมัน
เมื่อสังเกตดูที่บริเวณซีลโช้คอัพ หากมีคราบน้ำมันเปื้อนแสดงว่ามีการรั่วซึมเกิดขึ้นแล้ว ต้องรีบแก้ไขโดยด่วนซึ่งอาจจะต้องซื้อโช๊คใหม่มาเปลี่ยน หรือหากซ่อมได้ก็อาจจะซ่อมก่อนก็ได้เหมือนกัน

2. การคืนตัวของโช้คอัพ
เมื่อลองออกแรงกดรถยนต์แล้วปล่อย หากตัวรถมีอาการเด้งขึ้นลงหลายครั้ง แบบนี้แสดงว่าโช๊ ค รถยนต์เสื่อมสภาพ เพราะโช๊คที่ดีเมื่อถูกกดจะยุบตัวและคืนตัวโดยไม่มีการเด้งขึ้น เด้งลงหลายครั้ง

3. ไม่มีความร้อนจากโช๊ค
เมื่อใช้งานรถตามปกติ เวลาจอดรถเรียบร้อยแล้วให้ใช้มือสัมผัสกับกระบอกโช๊คทันที หากมีความร้อนแสดงว่าโช๊คปรกติ แต่หากสัมผัสแล้วมีอุณหภูมิปกติ แสดงว่าโช๊คไม่มีการทำงาน

4. โช้คอัพผิดรูปทรง
เมื่อสังเกตเห็นว่ามีการบิดเบี้ยวของกระบอกโช๊คหรือแกนโช๊คแสดงว่ามีความผิดปกติ เพราะโช๊คโดยทั่วไปต้องเป็นทรงกระบอกสมมาตร ไม่ผิดรูปทรง

5. รู้สึกว่าในห้องโดยสารสั่นสะเทือนมากว่าปรกติ
หากในห้องโดยสารมีอาการกระเด้งกระดอนขึ้นลง เพียงแค่รถวิ่งผ่านเนินเล็ก ๆ หรือคอสะพาน ขณะขับขี่รถรู้สึกได้เลยว่าสั่นไม่นิ่มนวล แบบนี้โช๊คน่าจะผิดปรกติ

6. ดอกยางสึกผิดปรกติ
เมื่อตรวจที่หน้ายางของรถ หากดอกยางของรถยนต์สึกไม่สม่ำเสมอเป็นบั้งๆทั้งที่ตั้งศูนย์ล้อตรง แปลว่าโช๊คมีปัญหาแล้ว อย่างนี้ก็ต้องลองไปตรวจเช็คโช๊ครถยนต์กันดูแล้ว

7. มีอาการโคลงของรถ
ขณะรถเริ่มออกตัวที่ความเร็วปกติ แต่หน้ารถเชิดขึ้น และขณะเบรกที่ความเร็วต่ำหน้ารถทิ่มลง แบบนี้แสดงว่าโช๊คเริ่มเสื่อมสภาพ

อาการทั้งหมดนี้หรืออย่างใดอย่างหนึ่งอาจเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าโช๊ค รถยนต์มีปัญหา ทางที่ดีควรเข้าศูนย์ให้ช่างตรวจเช็ค เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน